img


ช่างมืออาชีพ รีโนเวทบ้านเก่าเริ่มจากอะไร

รีโนเวทบ้านเก่าให้สวยทันสมัยและใช้งานได้ยาวนาน ช่างต้องเริ่มจากการตรวจสอบและเปลี่ยนส่วนสำคัญก่อน เพื่อป้องกันปัญหาซ้ำซากและงบประมาณบานปลาย โดยเน้นโครงสร้างหลัก ระบบสาธารณูปโภค และวัสดุพื้นฐาน



Checklist ตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท (6 ข้อสำคัญ)


1️⃣ ระบบไฟฟ้า

☐ ตรวจแผงจ่ายไฟและเบรกเกอร์

☐ เช็กขนาดสายไฟและการเดินสาย

☐ ตรวจจุดต่อพ่วงไฟฟ้าเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน


2️⃣ ระบบท่อน้ำ

☐ ตรวจท่อประปาและท่อระบายน้ำที่ฝังในผนัง/พื้น

☐ เช็กจุดรั่วซึมและความชื้นสะสม

☐ ประเมินความจำเป็นในการเปลี่ยนท่อใหม่


3️⃣ โครงสร้างอาคาร

☐ ตรวจรอยร้าวเสา คาน และพื้น

☐ เช็กสนิมในเหล็กเสริม

☐ ตรวจการทรุดตัวของพื้นและอาคาร


4️⃣ ความชื้นและการรั่วซึม

☐ วัดค่าความชื้นผนังและพื้น

☐ ตรวจหลังคา ผนัง และจุดรั่วซึม

☐ ตรวจคราบเชื้อรา ปูนร่อน สีลอก


5️⃣ ประตู–หน้าต่าง

☐ ตรวจสภาพวงกบและบานประตู–หน้าต่าง

☐ เช็กการรั่วลม รั่วฝน และการกันเสียง

☐ ประเมินช่องแสงและการระบายอากาศ


6️⃣ พื้นและผนัง

☐ ตรวจพื้นทรุด พื้นแตกร้าว

☐ เช็กผนังปูนร่อน สีพอง หรือความชื้น

☐ ประเมินความพร้อมก่อนปูวัสดุใหม่


การรีโนเวทบ้านเก่าไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม แต่คือการ “แก้โครงสร้าง และ ระบบพื้นฐาน” ให้บ้านกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน ช่างจำนวนมากพลาด เพราะเริ่มงานจากงานตกแต่ง ทั้งที่ปัญหาหลักซ่อนอยู่ข้างใน บทความนี้สรุปจากมุมมอง ช่างมืออาชีพ / ผู้รับเหมา / วิศวกรหน้างาน ว่า 👉 อะไร “ต้องเปลี่ยนก่อน” เริ่มรีโนเวทบ้านเก่า



บริการตรวจบ้านของเรา ช่วยคุณอย่างไร?

✔ ตรวจโดยทีมช่างและวิศวกรประสบการณ์จริง

✔ ใช้เครื่องมือเฉพาะทาง เช่น เครื่องวัดความชื้น กล้องตรวจท่อ

✔ สรุปรายงานเข้าใจง่าย พร้อมแนวทางรีโนเวท

✔ ใช้ข้อมูลตรวจบ้านวางแผนงบและขั้นตอนงานได้ทันที


เหมาะกับใคร?

เจ้าของบ้านเก่าที่กำลังจะรีโนเวท

บ้านที่เคยต่อเติมหลายครั้ง

ผู้ที่ต้องการคุมงบ ไม่อยากรื้อแก้งานซ้ำ

ผู้ที่ต้องการบ้านปลอดภัย อยู่ได้ยาว



ทำไมต้องตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท? สำคัญกว่าที่คิด

การ ตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยค้นหาปัญหาแฝงซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุ 10–30 ปีขึ้นไป หากละเลยขั้นตอนนี้ อาจทำให้งบประมาณบานปลาย งานล่าช้า หรือเกิดอันตรายต่อผู้อยู่อาศัยในระยะยาว การตรวจสอบอย่างละเอียดช่วยให้วางแผนรีโนเวทได้ตรงจุด ปลอดภัย และคุ้มค่าการลงทุนมากที่สุด



1.ระบบไฟฟ้า ไม่ได้มาตรฐานปัจจุบัน

บ้านเก่ามักใช้ สายไฟ และ ตู้คอนซูเมอร์ ที่ไม่ตรงตามมาตรฐาน มอก. ปัจจุบัน เสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัย โดยเฉพาะบ้านที่เคยต่อเติมเองหลายจุดโดยไม่มีการคำนวณโหลดไฟ หากไม่ปรับระบบไฟก่อน อาจเกิดไฟไหม้หลังรีโนเวทเสร็จ และต้องรื้อผนังหรือฝ้าใหม่ทั้งหมด ทำให้เสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน


ต้องตรวจสอบ

  • แผงจ่ายไฟ (Load Center) และเบรกเกอร์
  • ขนาดสายไฟและรูปแบบการเดินสาย
  • จุดต่อพ่วงไฟฟ้าเก่าที่ไม่ได้มาตรฐาน


แนวทางรีโนเวท

  • เปลี่ยนตู้ไฟและสายไฟให้รองรับโหลดการใช้งานปัจจุบัน
  • แยกวงจรไฟฟ้าให้เป็นสัดส่วน ปลอดภัยขึ้น
  • ตรวจและติดตั้งอุปกรณ์ตัดไฟรั่ว (RCD / RCBO)




2.ท่อน้ำเสื่อม แตก รั่ว ซ่อนอยู่ในผนังและพื้น

ท่อประปาและท่อระบายน้ำในบ้านเก่ามักเกิด สนิม ตะกรัน หรือรอยร้าว โดยเฉพาะท่อที่ฝังอยู่ในผนังและพื้น ซึ่งจะรั่วแบบเงียบๆ จนเกิดความชื้นสะสม หากพบปัญหาหลังรีโนเวท จะทำให้งานล่าช้าและงบประมาณเพิ่มขึ้นหลายเท่า


ต้องตรวจสอบ

  • สภาพท่อประปาและท่อระบายน้ำเดิม
  • จุดรั่วซึมในผนังและพื้น
  • ระบบน้ำดี–น้ำทิ้งว่ารองรับการใช้งานใหม่หรือไม่


แนวทางรีโนเวท

  • ใช้กล้องตรวจท่อเพื่อหาจุดเสี่ยง
  • เปิดผนังเฉพาะจุดต้องสงสัย
  • เปลี่ยนเป็นท่อ PVC หรือท่อมาตรฐานใหม่ก่อนปูกระเบื้อง



3.โครงสร้างรับน้ำหนักไม่พอสำหรับการใช้งานใหม่

การรีโนเวทที่เพิ่มฟังก์ชัน เช่น ทำห้องน้ำชั้นสอง ปูกระเบื้องแผ่นใหญ่ ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์น้ำหนักมาก อาจทำให้ เสา คาน หรือพื้นบ้านเก่า รับน้ำหนักไม่ไหว การเสริมโครงสร้างตั้งแต่แรก ช่วยลดความเสี่ยงบ้านทรุดหรือเสียหายรุนแรงในอนาคต

ต้องตรวจสอบ

  • รอยร้าวของเสา คาน และพื้น
  • สนิมในเหล็กเสริมโครงสร้าง
  • การทรุดตัวของพื้นและอาคาร


แนวทางรีโนเวท

  • ให้วิศวกรประเมินโครงสร้างก่อนเริ่มงาน
  • เสริมคาน เสริมพื้น หรือฐานรากในจุดจำเป็น
  • เลือกวัสดุและฟังก์ชันที่ไม่เพิ่มน้ำหนักเกินโครงสร้างเดิม




4.ความชื้นสะสม ต้นเหตุสีลอก ปูนร่อน และเชื้อรา

บ้านเก่ามักมีปัญหา ความชื้นแฝง จาก หลังคารั่ว ผนังฉาบไม่ได้มาตรฐาน พื้นชื้นจากดิน ความชื้นเหล่านี้ทำให้เกิดเชื้อรา ปลวก และสีหลุดล่อนเร็ว หากทาสีทับโดยไม่แก้ต้นเหตุ สีจะลอกภายใน 1–2 ปี และส่งผลต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัย

ต้องตรวจสอบ

  • ค่าความชื้นของผนังและพื้น
  • จุดรั่วซึมจากหลังคาและผนังภายนอก
  • ร่องรอยเชื้อรา คราบด่าง และปูนร่อน


แนวทางรีโนเวท

  • ตรวจด้วยเครื่องวัดความชื้น
  • แก้ไขจุดรั่วซึมให้เรียบร้อยก่อนงานตกแต่ง
  • ใช้วัสดุกันซึมและน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนทาสีใหม่




5.ประตู–หน้าต่าง: ของเดิมอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป

บ้านเก่ามักใช้ ประตูและหน้าต่างไม้ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปอาจเกิดปัญหาเสื่อมสภาพ และไม่เหมาะกับการใช้งานในยุคปัจจุบัน ปัญหาที่พบบ่อยในบ้านเก่า วงกบไม้ผุ บวม หรือบิดงอ หน้าต่างปิดไม่สนิท กันเสียงและกันฝนไม่ได้ ช่องแสงน้อย ทำให้บ้านอับและต้องเปิดไฟตลอดวัน การปรับประตู–หน้าต่างให้เหมาะกับโครงสร้างเดิม ช่วยเพิ่มทั้งความสวยงาม ความปลอดภัย และคุณภาพการอยู่อาศัยระยะยาว


ต้องตรวจสอบ

  • สภาพวงกบและบานประตู–หน้าต่าง
  • การรั่วซึมของลมและฝน
  • ตำแหน่งและขนาดช่องแสงเดิม


แนวทางรีโนเวท

  • เปลี่ยนเป็นวงกบอลูมิเนียม หรือ uPVC ที่ทนชื้น ไม่ผุ
  • เพิ่มช่องแสงธรรมชาติ ลดการใช้ไฟในเวลากลางวัน
  • ออกแบบช่องเปิดใหม่ให้รับลมดีขึ้น ลดความอับชื้น





6.งานพื้น–ผนัง: อย่าปิดทับ หากโครงสร้างยังไม่พร้อม

หลายบ้านเลือก ปูกระเบื้องหรือปูพื้นใหม่ทับของเดิม เพื่อประหยัดเวลา แต่หากโครงสร้างพื้นฐานมีปัญหา จะทำให้เกิดความเสียหายซ้ำซ้อนในอนาคต การเตรียมพื้นและผนังอย่างถูกวิธี ช่วยให้วัสดุใหม่ใช้งานได้นาน ไม่แตกร่อน และไม่ต้องรื้อแก้ในภายหลัง


ต้องตรวจสอบ

  • พื้นเดิมมีการทรุดหรือแตกร้าวหรือไม่
  • ผนังมีปัญหาปูนร่อน สีพอง หรือความชื้นสะสมหรือเปล่า


แนวทางรีโนเวท

  • รื้อพื้นหรือผนังเฉพาะจุดเสี่ยง
  • ซ่อมโครงสร้างและปรับระดับก่อนปูวัสดุใหม่
  • เลือกวัสดุที่เหมาะกับบ้านเก่า ไม่หนักเกินไป ลดภาระโครงสร้าง


ปัญหาแฝงสัญญาณเตือนวิธีตรวจสอบความเสี่ยงหากไม่แก้
ระบบไฟฟ้ากลิ่นไหม้ ไฟกระพริบถอดแผงตรวจโหลดไฟไหม้
ท่อน้ำรั่วน้ำหยด ผนังเปียกกล้องส่องท่อโครงสร้างผุ
โครงสร้างอ่อนแอรอยร้าว พื้นเอียงวัดระดับวิศวกรบ้านทรุดพัง
ความชื้นสีลอก เชื้อราเครื่องวัดชื้นสุขภาพแย่ ปลวก


FAQ ตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท (คำถามที่พบบ่อย)


Q1: จำเป็นไหมต้องตรวจบ้านเก่าก่อนรีโนเวท?

A: จำเป็นมาก โดยเฉพาะบ้านอายุ 10 ปีขึ้นไป การตรวจบ้านก่อนรีโนเวทช่วยค้นหาปัญหาแฝง เช่น ระบบไฟฟ้า ท่อน้ำ และโครงสร้าง ลดความเสี่ยงงบบานปลาย งานล่าช้า และปัญหาความปลอดภัยในอนาคต




Q2: ควรตรวจบ้านส่วนไหนก่อนเริ่มรีโนเวท?

A: ควรตรวจ 6 ส่วนหลัก ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ระบบท่อน้ำ โครงสร้างอาคาร ความชื้น ประตู–หน้าต่าง และงานพื้น–ผนัง เพื่อให้การรีโนเวทปลอดภัยและคุ้มค่าในระยะยาว




Q3: บ้านเก่ากี่ปีถึงควรตรวจโครงสร้างก่อนรีโนเวท?

A: บ้านที่มีอายุประมาณ 10–30 ปีขึ้นไป ควรให้วิศวกรตรวจโครงสร้างก่อนรีโนเวท โดยเฉพาะหากมีการต่อเติม เพิ่มน้ำหนัก หรือเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานของบ้าน




Q4: ถ้าไม่ตรวจบ้านก่อนรีโนเวท จะเกิดปัญหาอะไรบ้าง?

A: อาจพบปัญหาหลังรีโนเวท เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ท่อน้ำรั่ว พื้นทรุด สีลอก หรือโครงสร้างแตกร้าว ซึ่งต้องรื้อแก้ใหม่ ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นหลายเท่า




Q5: ตรวจบ้านก่อนรีโนเวท ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญหรือไม่?

A: แนะนำให้ใช้ผู้เชี่ยวชาญ เช่น วิศวกรหรือช่างตรวจบ้าน เพราะสามารถประเมินโครงสร้าง ระบบไฟ และระบบท่อน้ำได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และลดความเสี่ยงที่เจ้าของบ้านอาจมองไม่เห็น




Q6: ตรวจบ้านก่อนรีโนเวท ช่วยประหยัดงบได้จริงหรือ?

A: ช่วยประหยัดงบในระยะยาว เพราะสามารถวางแผนซ่อมเฉพาะจุดที่จำเป็น ป้องกันการรื้อแก้ซ้ำ และลดค่าใช้จ่ายจากปัญหาที่เกิดหลังรีโนเวทเสร็จ




สรุป 

บริการตรวจบ้านก่อนรีโนเวท ช่วยให้คุณรู้ปัญหาก่อนเจอปัญหา รวมถึงรีโนเวทได้ตรงจุด ประหยัดงบ และมั่นใจในความปลอดภัยของบ้านในระยะยาว 👉 สนใจบริการตรวจบ้านก่อนรีโนเวท ติดต่อ "ช่างดี" ที่โกลบอลเฮ้าส์ทุกสาขา เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินหน้างานติดตั้ง ล้างทำความสะอาด ต่อเติม ทุกงานในบ้าน ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมรับประกันงานสูงสุด 180 วัน จองง่าย ใช้ช่างดี


Global House จัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้าน ให้คุณครบจบในที่เดียว

เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชันใหม่ๆ ทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าตกแต่งบ้าน สามารถติดตามและสั่งซื้อสินค้า Global House ได้หลากหลายช่องทางที่

ช่องทางติดต่อ บริการช่างดี




เนื้อหาที่คล้ายกัน