img


7 เทคนิคทาสีบ้านง่ายๆ ให้สวยแบบมืออาชีพ

ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลงและเสื่อมสภาพลงเมื่อใช้ไปนานๆ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ซึ่งสีของผนังบ้านก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สามารถหลุดลอกและหม่นหมองได้เช่นกัน แต่การจ้างช่างมาทาสีบ้านให้แต่ละที ทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งค่าแรง ทั้งค่าสี ค่าอุปกรณ์ และไหนจะต้องพูดคุยตกลงเรื่องเวลาที่สะดวกทั้ง 2 ฝ่ายอีก จึงดูไม่ค่อยคุ้มค่ามากนัก ทำให้ใครหลายๆ คน เลือกทาสีบ้านด้วยตัวเองแทนการจ้างช่างนั่นเอง

ซึ่งการทาสีบ้านด้วยตัวเองสำหรับมือใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ยุ่งยากอยู่พอตัว รวมถึงมีโอกาสเลอะเทอะเปรอะเปื้อนและไม่สวยอย่างที่คาดหวังไว้สูงมาก แต่เพื่อให้การทาสีบ้านเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณ ทาง Global House จึงจะมาแนะนำ “7 เทคนิคในการทาสีบ้านให้สวยเป๊ะแบบมืออาชีพ” ให้ทราบกัน ใครที่อยากได้เคล็ดลับดีๆ ในการทาสีบ้านให้สวยทนทาน ในแบบง่ายๆ และคุ้มค่า ต้องไม่พลาดบทความนี้เลย!


หัวข้อไฮไลท์

  • 7 เทคนิคทาสีบ้านให้สวยแบบมืออาชีพ
  • เรื่องที่ควรระวังก่อนเริ่มต้นทาสีบ้าน 
  • สรุปบทความ

7 เทคนิคทาสีบ้านให้สวยแบบมืออาชีพ


ถ้าอยากทาสีบ้านให้สวยอย่างสม่ำเสมอ ไม่ด่าง ไม่หลุดง่าย ได้สีตรงตามที่ต้องการ และไม่มีปัญหาอะไรตามมา ต้องเริ่มตั้งแต่การเลือกประเภทของสีทาบ้านให้ถูก, จัดเตรียมอุปกรณ์ในการทาสีบ้านให้พร้อม, ตรวจสอบสภาพผิว, เตรียมพื้นผิวให้พร้อมสำหรับสีใหม่, ไม่พลาดการทาสีรองพื้น, ทาสีบ้านด้วยเฉดสีและเนื้อสีที่เหมาะกับพื้นผิว และต้องตรวจเช็กและเก็บงานให้เรียบร้อยก่อนจึงจะสามารถจบงานได้ ไม่เช่นนั้นคุณอาจจะต้องเสียเวลามาแก้งานใหม่ได้ หากคุณมองข้ามการตรวจสอบเล็กๆ น้อยๆ ไป



1. เลือกประเภทของสีให้ถูกต้อง

การเลือกประเภทของสีให้ถูกต้องเป็นสิ่งแรกที่คุณควรคำนึงถึง เพราะสีทาบ้านมีทั้งสีทาภายใน สีทาภายนอก สีทาหลังคา และสีรองพื้น โดยดูจากบริเวณที่คุณอยากทาสีใหม่ หากคุณเลือกสีทาภายนอกบ้านมาทาในบ้านหรือห้องนอน ก็จะได้กลิ่นฉุนคละคลุ้งอยู่ในบ้าน หรือถ้าคุณเลือกสีทาในบ้าน ไปทานอกบ้าน ก็อาจจะหลุดลอกเร็วกว่าปกติได้ เนื่องจากความทนทานของสีแต่ละประเภทไม่เท่ากัน รวมทั้งยังต้องคำนึงถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย อาทิ

  • ความทนทานของสีทาบ้าน ยิ่งทน = ยิ่งอยู่นาน
  • สวยงามเหมาะกับบริเวณที่จะนำไปทา
  • มีเฉดสีให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ
  • เช็ดทำความสะอาดง่าย ไม่หลุดลอกไว
  • มีกลิ่นอ่อนและไม่มีสารเติมแต่งกลิ่น (เหมาะสำหรับคนแพ้ง่าย)
  • สีทาบ้านได้มาตรฐานและปลอดภัย เช่น สีออแกนิกที่ใช้ Biobase 100%, ปราศจากสารระเหย (Zero VOCs), สามารถยับยั้งแบคทีเรียและไวรัสได้, ไม่มีสารก่อภูมิแพ้, ไม่มีสารพิษที่ทำให้ก่อเป็นมะเร็ง และไม่มีฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศตลอดอายุการใช้งาน


สินค้าแนะนำ! สีทาภายใน Dulux Inspire กึ่งเงา ใช้เทคโนโลยี Chroma Bright ช่วยให้สีสดใสยาวนาน ยึดเกาะติดผนังแน่น ทนทาน ไม่ด่างง่าย ไม่หลุดง่าย ป้องกันการเกิดเชื้อรา ไร้กลิ่นฉุน ไร้สารปรอท ไร้สารตะกั่ว และสารพิษอันตราย มีให้เลือกทั้งเบส A และเบส B มีด้วยกัน 2 ขนาดคือ 3 ลิตร และ 9 ลิตร



2. เตรียมอุปกรณ์ทาสีให้พร้อม

เตรียมอุปกรณ์ทาสีให้พร้อม เพราะถ้าเริ่มทาสีบ้านไปแล้ว แต่อุปกรณ์ไม่ครบอาจเกิดปัญหาตามมาได้ สำหรับอุปกรณ์ในการทาสีบ้านด้วยตัวเองมีดังนี้ สามารถจดลิสต์แล้วนำไปซื้อกันได้เลย!

  • เกรียง (ใช้ในการขัดสีเก่าหรือลอกวอลล์เปเปอร์ออกไป)
  • กระดาษทราย (ใช้ขัดผิวผนังให้เรียบเสมอกัน)
  • สีรองพื้น
  • สีทาบ้าน
  • ลูกกลิ้ง (ใช้ทาสีบริเวณกว้างๆ )
  • ถาดกลิ้งสี (ช่วยให้สีบนลูกกลิ้งสม่ำเสมอกันและไม่จับเป็นก้อน)
  • แปรงทาสี (ใช้ทาสีในพื้นที่เล็กๆ มุม หรือเก็บขอบให้เป๊ะ)
  • กระดาษรองพื้นบ้าน, ผ้าใบ, กระดาษดัง หรือหนังสือพิมพ์ ใช้ปูกันพื้นบ้านเลอะ
  • เทปกาวย่น (ใช้แปะบริเวณขอบประตู ขอบหน้าต่าง และปลั๊กไฟไม่ให้เปื้อนสี หรือใช้ในการกำหนดขอบเขตของการทาสีก็ได้เช่นกัน)


แนะนำอุปกรณ์ทาสีบ้าน



3. ตรวจสอบสภาพผิว

เมื่อเตรียมอุปกรณ์พร้อมแล้ว ต่อมาให้ตรวจสอบสภาพผิวในบริเวณที่ต้องการจะทาสีใหม่ว่าเป็นอย่างไร มีการติดวอลล์เปเปอร์เก่าหรือไม่, สีหลุดลอกไปมากแค่ไหน, ผิวผนังเรียบเสมอกันไหม, เป็นผนังเก่าหรือเป็นผนังที่ไม่เคยผ่านการทาสีมาก่อน และรวมไปถึงผนังนั้น อยู่ภายนอกบ้านหรือภายในบ้าน เพราะขั้นตอนการเตรียมผิวผนังก่อนลงสีจริงของแต่ละสภาพมีความแตกต่างกัน


4. เตรียมพื้นผิวให้พร้อม

ผนังบ้านบางตำแหน่งและบางประเภทอาจมีความชื้นสูงมากกว่าปกติ (โดยปกติผนังบ้านจะมีความชื้นประมาณ 14-16%) ยิ่งบ้านเก่า ยิ่งมีความชื้นและปัญหาเยอะกว่าปกติ ทั้งเชื้อรา สีด่าง สีหลุด คราบตะไคร่น้ำ คราบเกลือ รอยแตกร้าว รอยรั่วซึม ฯลฯ ซึ่งคุณจะต้องแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้หมดไปก่อนที่จะเริ่มทาสีบ้านใหม่ ไม่เช่นนั้น ผลลัพธ์ที่ได้หลังทาสีบ้านอาจไม่สวยงาม ขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ หรือไม่ทนทานได้

  • ผิวผนังขรุขระไม่เรียบ : แก้ไขโดยการใช้กระดาษทรายขัด
  • สีหลุดลอก : ใช้เกรียงแซะสีเก่าให้หลุดออกไปให้หมด
  • คราบตะไคร่น้ำและเชื้อรา : ขัดทำความสะอาดและทาน้ำยากำจัดเชื้อรา
  • คราบเกลือ : ขัดล้างทำความสะอาด
  • มีวอลล์เปเปอร์ติดอยู่ : ใช้เกรียงแซะออกให้เรียบร้อย
  • ผนังแตกร้าวหรือรั่วซึม : ใช้อะคริลิกอุดโป๊วในรอยแตกที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 มิลลิเมตร และใช้สีโป๊วผนังในการอุดรอยร้าวขนาดเล็ก


สำหรับบ้านใหม่/ผนังใหม่

  • รอให้ผนังบ้านมีความชื้นลดลงประมาณ 1 เดือน
  • ทาสีรองพื้นปูนเก่า
  • ทาสีบ้านด้วยเฉดสีที่ต้องการ


สำหรับบ้านเก่า/ผนังเก่า/ผิวปูนเก่า/ยิปซั่มบอร์ด

  • ซ่อมแซมผนังให้เรียบร้อยตามคำแนะนำและรอให้ผนังแห้งสนิท
  • ทาน้ำยาป้องกันความชื้นที่ผนัง
  • ทาน้ำยาฆ่าเชื้อราและกำจัดตะไคร่น้ำ
  • ทาสีรองพื้นปูนใหม่
  • ทาสีบ้านด้วยเฉดสีที่ต้องการ



5. ทาสีรองพื้นให้เหมาะสม

เตรียมผิวผนังเสร็จแล้ว อย่าเพิ่งทาสีบ้านด้วยสีสันสดใส ต้องทาสีรองพื้น (Primer) ก่อน เพื่อให้สีทาบ้านที่ทาลงไปติดเกาะผนังได้ดี มีความทนนาน และยังมีคุณสมบัติในการป้องกันความชื้น เชื้อรา และน้ำอีกด้วย วิธีการเลือกสีรองพื้นให้เหมาะสม ให้ดูจากสภาพผิวว่าเป็นผนังเก่าหรือใหม่

  • ผนังบ้านปูนเก่าที่มีอายุ 5 ปีขึ้นไป ให้ใช้สีรองพื้นปูนเก่า คือ สีที่ใช้สำหรับทารองพื้นผิวปูนที่เคยทาสีมาก่อน เพื่อทำการปรับสภาพพื้นผิวของปูนให้สมดุลกันก่อนจะลงสีทาทับหน้า
  • ผนังบ้านใหม่ที่มีอายุ 1-2 เดือน ให้ใช้สีรองพื้นปูนใหม่ คือ สีรองพื้นที่ออกแบบมาเพื่อผนังปูนฉาบใหม่ที่มีการทิ้งผนังให้คายด่างออกมาเรียบร้อยแล้วประมาณ 1 เดือน ก่อนทำการทาสีทับหน้า
  • ผนังบ้านที่เพิ่งฉาบเสร็จใหม่ๆ เพียงไม่กี่วัน ให้ใช้สีรองพื้นสำหรับปูนสด




ขอแนะนำ! สีรองพื้นปูนใหม่ TOA - Super Matex Advance ทาได้ทั้งภายในและภายนอก ทนต่อทุกสภาวะอากาศ ไร้ปัญหาสีหลุดล่อน กันสีด่างได้ดี สียึดเกาะแน่น ทาง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย เพราะไม่มีส่วนผสมของสารตะกั่วและปรอท



6. เริ่มต้นทาสีผนัง

มาถึงขั้นตอนที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอ นั่นก็คือการทาสีผนังบ้านด้วยเฉดสีที่คุณชื่นชอบนั่นเอง ต้องบอกว่าสีของผนังบ้านมีส่วนในการสร้างบรรยากาศ และส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย สำหรับใครที่อยากแต่งห้องนอนคุมโทนด้วยสีที่สงบผ่อนคลาย แนะนำให้ใช้เป็นสีโทนเย็น ใครที่อยากให้บ้านสดใสกระปรี้กระเปร่า สามารถใช้สีโทนร้อนหรือสีสดใสอย่างสีส้ม สีเหลือง สีชมพูได้เลย และใครที่ชื่นชอบความมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น แนะนำให้ใช้โทนธรรมชาติอย่างสีเขียว สีเบจ สีครีม สีดำ สีเทา และสีน้ำตาลอ่อนจะทำให้ภาพรวมดูละมุนที่สุด

ขั้นตอนในการทาสีผนังบ้าน/ทาสีบ้าน แนะนำให้ทาสีทั้งหมด 2 ชั้น เพื่อความติดทนและทำให้ผิวผนังดูสวยงาม ไร้ร่องรอยกวนใจ โดยสีชั้นแรกให้ทาและทิ้งไว้ 2 - 3 ชั่วโมง จากนั้นค่อยทาสีชั้นที่ 2 ทับอีกครั้ง



7. ตรวจสอบความเรียบร้อย

เมื่อทาสีบ้านเสร็จแล้ว ให้ปล่อยทิ้งไว้เพื่อรอสีแห้งประมาณ 1-2 วัน (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและประเภทของสี) จากนั้นค่อยลอกเทปกาวที่แปะไว้ออก และตรวจสอบความเรียบร้อยของผนังบ้าน ทั้งขอบผนัง, มุม, ขอบประตู และความเปลี่ยนแปลงของสี หากพบความผิดพลาดให้แก้ไขให้เรียบร้อย คุณจะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาแก้ไขในภายหลัง


เรื่องที่ควรระวังก่อนเริ่มต้นทาสีบ้าน


ถึงแม้คุณจะทาสีบ้านด้วยตัวเองเพียงคนเดียว หรือจะทาสีบ้านร่วมกับผู้อื่น ก็อาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ และทำให้มีปัญหาตามมาน้อยที่สุด คุณควรเช็กและระวังสิ่งเหล่านี้ก่อนเริ่มต้นทาสีบ้านจะเป็นการดีที่สุด


1. แสงภายในห้อง

สีทาบ้านที่เราเห็นในถังกับสีที่ได้หลังทาลงไปบนผนังอาจไม่เหมือนกันได้ เนื่องจากแสงภายในห้องและสีของผนังไม่เหมือนกัน ดังนั้น เพื่อให้คุณได้สีผนังที่ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด แนะนำให้ลองทาสีบนผนังจริงในตำแหน่งเล็กๆ ก่อน และดูว่าสีในแต่ละช่วงเวลา (ตอนเช้า กลางวัน กลางคืน) นั่นต่างกันอย่างไร และคุณพึงพอใจหรือไม่ หากคุณพอใจแล้วก็สามารถทาสีนี้เต็มผนังได้ แต่ถ้าคุณไม่พึงพอใจอาจพิจารณาเลือกเฉดสีใหม่มาใช้แทน


2. ความชื้นและสภาพอากาศ

ความชื้นและสภาพอากาศทำให้สีเพี้ยนได้ รวมถึงส่งผลต่อตัวทำละลายในสี ระยะเวลาที่สีจะแห้ง ปัญหาสีด่างไม่เสม่ำเสมอ หรือปัญหาสีบ้านโป่งพอง ด้วยเหตุนี้ คุณควรเช็กระดับความชื้นของผนังที่คุณจะทาสีใหม่ก่อนว่าอยู่ที่เท่าไหร่ และไม่ควรเกิน 16% ถ้าความชื้นเกินอาจจะต้องรอให้ความชื้นลดลงเสียก่อน โดยการเปิดพัดลมระบายอากาศ, เพิ่มช่องระบายอากาศ, เปิดรับแสงจากภายนอก, ใช้วัสดุดูดความชื้น หรือติดตั้งเครื่องดูดความชื้นก็ได้เช่นกัน


3. สำรวจพื้นผิวเดิม

สำรวจพื้นผิวเดิมหรือผนังที่จะทาสีใหม่ว่ามีความพร้อมหรือไม่ สิ่งที่ไม่ควรพบบนผนังก่อนทาสีเลย คือ มีวอลล์เปเปอร์เดิมติดอยู่ มีคราบสีเก่าที่กำลังหลุดล่อน มีเชื้อราและคราบสกปรก มีฝุ่นเกาะ มีรอยแตกร้าว หรือมีพื้นผิวที่ไม่เรียบเสมอกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้สีที่ทาไปไม่เกาะติดผนังและหลุดไวนั่นเอง


4. คราบบนผนัง

พื้นผิวเดิมมีความสำคัญในแง่ของความสวยงามหลังทาเสร็จ ถ้าคุณไม่เตรียมพื้นผิวเดิมให้พร้อม มีทั้งสิ่งสกปรกและความขรุขระมากมาย ก็จะทำให้ผนังหลังทาสีดูไม่สวยงามแน่นอน แนะนำให้ทำความสะอาดและกำจัดคราบให้เรียบร้อยก่อน ตามคำแนะนำในที่เรากล่าวไปในบทความนี้



สรุปเกี่ยวกับเทคนิคการทาสีบ้าน

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้แตกต่างไปจากเดิม หรือฟื้นฟูความสวยงามของบ้านให้มีความสดชื่นมากยิ่งขึ้น การทาสีบ้านใหม่เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์และเห็นผลดี ไม่แพ้กับการจัดแต่งบ้านใหม่เลย จากเทคนิคทาสีบ้านด้วยตนเองที่ทาง Global House เอามาฝากกันในวันนี้ เห็นได้ชัดเลยว่าการทาสีบ้านไม่ยากอย่างที่คิด มือใหม่อย่างคุณก็สามารถทำได้เช่นกัน!

สีทาอาคาร



Global House จัดจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้าง และของตกแต่งบ้าน ให้คุณครบจบในที่เดียว

เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชันใหม่ๆ ทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าตกแต่งบ้าน สามารถติดตามและสั่งซื้อสินค้า Global House ได้หลากหลายช่องทางที่

    • Facebook: Global House โกลบอลเฮ้าส์

    • Line@: @globalhouse

    • App Click&Collect


บริการช่างดี

    • App ช่างดี

    • Facebook: ChangDeeService

    • Line Official: @Changdee




เนื้อหาที่คล้ายกัน