ความชื้นหลังน้ำท่วม จัดการอย่างไร? เปิดผนัง เช็กพื้น ทำบ้านให้แห้งก่อนซ่อม
น้ำลด ไม่ได้แปลว่าบ้านแห้ง เพราะความชื้นจากน้ำท่วมอาจซึมสะสมอยู่ภายในผนัง พื้น ฝ้าเพดาน ใต้กระเบื้อง ใต้พื้นไม้ และวัสดุต่างๆ หากรีบปิดผิว ทาสี หรือนำเฟอร์นิเจอร์กลับเข้าบ้านทั้งที่ยังไม่แห้ง อาจทำให้เกิดกลิ่นอับและเชื้อรา สีพอง หลุดล่อน หรือเกิดคราบ ผนังและฝ้าเสียรูป พื้นไม้บวม โก่ง หรือแยกตัว วัสดุเสื่อมสภาพและต้องซ่อมซ้ำ ความชื้นสะสมกลับมาอีกหลังปิดผิว หลังน้ำท่วมจึงควร ตรวจสอบความชื้น เปิดจุดที่จำเป็น และทำบ้านให้แห้งสนิทก่อนซ่อมแซม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในระยะยาว
ทำไมความชื้นหลังน้ำท่วมถึงจัดการยาก?
เมื่อมีน้ำเข้าไปในวัสดุก่อสร้าง น้ำสามารถซึมและกักเก็บอยู่ภายในวัสดุได้ แม้บริเวณผิวภายนอกจะดูแห้งแล้วก็ตาม โดยเฉพาะบริเวณที่มีวัสดุปิดทับ เช่น
พื้นที่เหล่านี้อาจต้องใช้เวลาระบายความชื้นออก จึงไม่ควรดูจากเพียง “สัมผัสแล้วไม่เปียก” แล้วสรุปว่าพร้อมซ่อม
พี่ช่างใหญแนะนำ : ต้องหาน้ำต้นเหตุ เอาวัสดุที่กักความชื้นออกหรือเปิดทางให้ระบาย และตรวจสอบจนมั่นใจก่อนปิดผิวกลับ

1. ผนังปูนไม่มีวัสดุปิดผิว ควรเปิดทางให้ความชื้นระบาย หากเป็นผนังปูนที่ไม่มีวัสดุปิดทับ และสงสัยว่ามีน้ำหรือความชื้นซึมเข้าไปภายใน ให้ตรวจบริเวณที่เคยถูกน้ำท่วมถึงก่อน โดยสังเกต สีพอง สีลอก คราบน้ำ จุดดำ คราบเชื้อรา หรือผิวผนังเสื่อมสภาพ
วิธีการ
พี่ช่างใหญแนะนำ : ตรวจความชื้นผนังก่อนทาสีใหม่ เลือกสีภายใน สีภายนอก และสีกันเชื้อราให้เหมาะกับบ้าน หลังน้ำลดหรือเมื่อพบปัญหาผนังชื้น การทาสีใหม่ทันทีอาจทำให้สีพอง ลอกล่อน หรือเกิดคราบเชื้อราซ้ำได้ ควรตรวจสอบความชื้นของผนังให้เหมาะสมก่อนเริ่มงาน โดยสามารถใช้ Moisture Meter หรือเครื่องวัดความชื้น ตรวจสอบแนวโน้มความชื้นของผนัง และเปรียบเทียบค่ากับบริเวณที่ไม่ได้รับน้ำ ทั้งนี้ ควรพิจารณาค่าที่เหมาะสมตามชนิดวัสดุและข้อกำหนดของระบบสีที่เลือกใช้ เมื่อผนังแห้งเพียงพอแล้ว จึงเริ่มซ่อมแซมผิวผนัง เลือกสีรองพื้น และทาสีใหม่ตามลำดับ เพื่อให้ได้ผิวงานที่สวยงามและช่วยลดปัญหาสีเสื่อมสภาพก่อนเวลาอันควร
เหมาะสำหรับห้องนอน ห้องนั่งเล่น และพื้นที่ภายในบ้าน ควรเลือกสีที่เหมาะกับชนิดพื้นผิว เช็ดทำความสะอาดได้ตามความต้องการ และมีคุณสมบัติช่วยลดการสะสมของคราบสกปรก เพื่อให้ผนังดูสะอาดและดูแลรักษาง่าย
เหมาะสำหรับผนังบ้านที่ต้องเผชิญแดด ฝน และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ควรเลือกสีที่ทนต่อรังสี UV ทนสภาพอากาศ และยึดเกาะกับพื้นผิวได้ดี โดยต้องแก้ไขปัญหาน้ำรั่วซึมหรือความชื้นจากผนังให้เรียบร้อยก่อนทาสี
สีทาบ้านที่มีคุณสมบัติป้องกันเชื้อรา และน้ำยากำจัดเชื้อรา เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดเชื้อรา เช่น ห้องที่อับชื้นหรือผนังที่เคยเกิดคราบรา ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุคุณสมบัติยับยั้งเชื้อราบนฟิล์มสีอย่างชัดเจน และใช้ตามคำแนะนำของผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม สีชนิดนี้ไม่สามารถทดแทนการแก้ไขต้นเหตุของความชื้นหรือการกำจัดเชื้อราที่มีอยู่เดิมได้

2. พื้นปูนไม่มีวัสดุปิดผิว ต้องตรวจทั้งผิวและชั้นใต้พื้น
สำหรับบ้านที่เป็น พื้นปูนเปลือยหรือพื้นคอนกรีตที่ไม่มีวัสดุปิดผิว หลังน้ำลด ควรตรวจสอบสภาพพื้นและความชื้นสะสมก่อนเริ่มซ่อมแซม ในบริเวณจุดที่มีโอกาสสะสมความชื้น เช่น รอยต่อ มุมห้อง ขอบผนัง และบริเวณที่มีคราบน้ำหรือเชื้อรา แม้ผิวหน้าจะดูแห้งแล้ว แต่ภายในเนื้อคอนกรีตอาจยังมีความชื้นหลงเหลืออยู่ ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานและการเคลือบผิวในขั้นตอนต่อไป
หากพบรอยแตกร้าว พื้นผิวหลุดร่อน มีน้ำซึมขึ้นจากพื้น หรือมีคราบเกลือสีขาว ควรตรวจหาสาเหตุให้ชัดเจนก่อนซ่อม โดยเฉพาะกรณีที่สงสัยว่าความชื้นมาจากใต้พื้นหรือระบบท่อที่รั่วซึม
ขั้นตอนตรวจสอบและซ่อมพื้นปูนหลังน้ำลด
1. ตรวจสอบสภาพพื้นปูน
สังเกตรอยแตกร้าว ผิวปูนที่ร่อนหรือเป็นผง คราบเกลือ และบริเวณที่มีน้ำซึมขึ้นจากพื้น หากพบรอยร้าวขนาดใหญ่หรือพื้นทรุดตัว ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนซ่อม
2. ตรวจวัดความชื้นในคอนกรีต
ใช้เครื่องวัดความชื้นที่เหมาะกับคอนกรีตเพื่อตรวจสอบแนวโน้มความชื้น และเปรียบเทียบค่าระหว่างบริเวณที่ได้รับน้ำกับบริเวณที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า หากต้องเคลือบพื้น ควรใช้วิธีทดสอบและเกณฑ์ความชื้นตามที่ผู้ผลิตระบบเคลือบกำหนด
3. ทำความสะอาดและซ่อมแซมพื้น
ขจัดคราบโคลน ฝุ่น และส่วนของปูนที่เสื่อมสภาพออก ซ่อมรอยแตกร้าวตามลักษณะความเสียหาย และปรับสภาพพื้นผิวให้เหมาะกับการใช้งาน หากมีน้ำซึมต่อเนื่อง ต้องแก้ไขต้นเหตุก่อน
4. เลือกวิธีปกป้องผิวพื้น
หากต้องการคงพื้นปูนเปลือย สามารถพิจารณาน้ำยาเคลือบคอนกรีตหรือผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวที่เหมาะกับการใช้งาน โดยตรวจสอบว่ารองรับความชื้นของพื้นได้ตามสภาพจริง ไม่ควรเคลือบปิดผิวขณะที่คอนกรีตยังชื้นเกินเกณฑ์
ปูนซ่อมแซมคอนกรีต: สำหรับซ่อมบริเวณที่ปูนกะเทาะหรือเสียหาย โดยเลือกชนิดให้เหมาะกับความลึกและลักษณะรอยซ่อม
วัสดุอุดรอยแตกร้าว: เลือกตามประเภทของรอยร้าว หากเป็นรอยร้าวที่ยังขยับตัวหรือเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ควรให้ช่างประเมินก่อน
น้ำยาเคลือบพื้นคอนกรีต: ช่วยปกป้องผิวและลดการซึมผ่านของน้ำได้ตามคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แต่ไม่ใช่ทุกชนิดที่เหมาะกับพื้นซึ่งมีความชื้นจากด้านล่าง
น้ำยาบ่มหรือผลิตภัณฑ์เตรียมผิว: ใช้เฉพาะเมื่อเหมาะกับระบบซ่อมหรือระบบเคลือบที่เลือก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการยึดเกาะ
ข้อควรระวัง: หากพบพื้นทรุด รอยร้าวที่ขยายตัว น้ำซึมขึ้นจากใต้พื้น หรือคอนกรีตเสื่อมสภาพเป็นบริเวณกว้าง ควรให้ช่างตรวจสอบก่อนดำเนินการ เพราะการทาน้ำยาเคลือบทับเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ไขต้นเหตุได้
พี่ช่างใหญแนะนำ : ผนังเน้นการเปิดผิวและระบายความชื้นออก ส่วนพื้นต้องระวังความชื้นที่อาจสะสมอยู่ ใต้ชั้นพื้นหรือในชั้นวัสดุ จึงควรตรวจให้แน่ใจก่อนปิดผิวใหม่

หลังน้ำท่วม ความชื้นอาจแทรกอยู่ใต้กระเบื้อง วัสดุปิดผิว หรือชั้นกาว โดยมองไม่เห็นจากภายนอก หากรีบรื้อโดยไม่ตรวจสอบ อาจทำให้วัสดุที่ยังใช้งานได้เสียหายโดยไม่จำเป็น ตัวอย่างเช่น ผนังด้านหนึ่งกรุกระเบื้อง แต่อีกด้านเป็นผนังปูนเปลือย หากสงสัยว่ามีความชื้นสะสมภายในผนัง ควรเริ่มตรวจจากด้านที่เข้าถึงได้ง่ายก่อน โดยใช้การสังเกตและเครื่องวัดความชื้นช่วยประเมิน ไม่จำเป็นต้องรื้อกระเบื้องทันที
หากพบอาการต่อไปนี้ ควรตรวจสอบเพิ่มเติม
ขั้นตอนการตรวจความชื้นก่อนรื้อกระเบื้องหรือวัสดุปิดผิว
1. ตรวจสอบสภาพผนังเบื้องต้น สังเกตคราบน้ำ สีพอง สีลอก รอยแตกร้าว กลิ่นอับ และร่องรอยความเสียหายบริเวณผนังหรือรอยต่อกระเบื้อง
2. ใช้เครื่องวัดความชื้นช่วยประเมิน ตรวจวัดบริเวณที่สงสัยว่ามีความชื้นสะสม โดยใช้เครื่องวัดที่เหมาะกับวัสดุและเปรียบเทียบค่ากับบริเวณที่แห้งกว่า ทั้งนี้ กระเบื้องเคลือบอาจทำให้การวัดความชื้นด้านหลังวัสดุทำได้จำกัด
3. เปิดเฉพาะจุดเมื่อจำเป็น หากผลตรวจบ่งชี้ถึงความผิดปกติ ควรพิจารณาเปิดตรวจเฉพาะจุดอย่างระมัดระวัง เพื่อจำกัดความเสียหายของวัสดุที่ยังใช้งานได้ หากไม่แน่ใจควรให้ช่างดำเนินการ
4. กำจัดต้นเหตุและทำให้แห้ง แก้ไขน้ำรั่วหรือน้ำที่ขังอยู่ก่อน พร้อมระบายอากาศและช่วยลดความชื้นตามความเหมาะสม
5. ตรวจซ้ำก่อนซ่อมปิดผิว ตรวจสอบว่าความชื้นลดลงจนเหมาะกับวัสดุที่จะนำมาซ่อม โดยพิจารณาคำแนะนำของผู้ผลิตกาว ยาแนว สี และวัสดุปิดผิว
พี่ช่างใหญ่แนะนำ: ก่อนรื้อกระเบื้องหรือซ่อมผนัง ควรตรวจสอบสภาพพื้นผิวและประเมินความชื้นให้เหมาะสม โดยมีตัวช่วยอย่าง เครื่องวัดความชื้นสำหรับวัสดุก่อสร้าง และไฟฉายสำหรับตรวจสอบรอยแตกร้าวหรือคราบน้ำ ส่วนขั้นตอนฟื้นฟูบ้าน สามารถเลือกใช้เครื่องลดความชื้นและเครื่องมือซ่อมผนังให้เหมาะกับสภาพหน้างาน เพื่อช่วยให้การซ่อมแซมเป็นไปอย่างเป็นระบบ ลดความเสียหายที่ไม่จำเป็น และเตรียมพื้นผิวให้พร้อมก่อนซ่อมปิดผิว

4. ของที่เสียหายมากและซ่อมไม่คุ้ม อาจต้องตัดใจทิ้ง
หลังน้ำท่วม ไม่ใช่ของทุกชิ้นที่จะสามารถนำกลับมาใช้ได้ การตัดสินใจว่า “ซ่อม” หรือ “ทิ้ง” ควรพิจารณาทั้งสภาพวัสดุ การปนเปื้อน และความสามารถในการทำความสะอาดให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะวัสดุที่มีรูพรุน เช่น ไม้ แผ่นใยไม้อัด เบาะ และวัสดุที่ดูดซับน้ำได้มาก หากแช่น้ำนานอาจเกิดการบวม เสียรูป มีกลิ่นอับ หรือมีเชื้อราภายใน ซึ่งอาจทำความสะอาดและทำให้แห้งได้ยาก
วัสดุที่อมน้ำและแห้งได้ยาก เช่น เบาะที่นอน พรม แผ่นใยไม้อัด หรือวัสดุที่มีชั้นภายในหลายชั้น หากปนเปื้อนหรือมีเชื้อราแล้วไม่สามารถทำความสะอาดและทำให้แห้งได้ทั่วถึง อาจไม่เหมาะกับการนำกลับมาใช้
ส่วน อุปกรณ์ไฟฟ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ถูกน้ำท่วม ไม่ควรนำกลับมาเสียบใช้งานเพียงเพราะภายนอกดูแห้ง ควรให้ช่างหรือผู้เชี่ยวชาญประเมินความปลอดภัยก่อน
พี่ช่างใหญ่แนะนำ: อย่าตัดสินจากแค่ “ยังใช้ได้หรือใช้ไม่ได้” แต่ให้ดูว่า ซ่อมแล้วปลอดภัยหรือไม่ ทำให้แห้งได้จริงหรือไม่ และคุ้มค่าที่จะซ่อมหรือเปล่า หากวัสดุเสียหายมาก ปนเปื้อน หรือไม่สามารถทำความสะอาดและทำให้แห้งได้อย่างเหมาะสม การทิ้งและเปลี่ยนใหม่อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

เฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของที่ยังอยู่ในสภาพซ่อมแซมได้ ควรรีบนำออกจากบริเวณที่มีความชื้น แล้วจัดวางในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยใช้ แสงแดด ลม และการระบายอากาศที่เหมาะสม เพื่อช่วยลดความชื้นสะสม ป้องกันกลิ่นอับ และลดโอกาสเกิดเชื้อรา โดยต้องพิจารณาประเภทวัสดุด้วย เพราะวัสดุบางชนิดอาจเสียรูปหรือแตกร้าวหากได้รับความร้อนหรือแดดจัดเป็นเวลานาน เมื่อแห้งสนิทแล้วจึงค่อย
พี่ช่างใหญ่แนะนำ: อย่าเพิ่งนำของกลับเข้าบ้านเพียงเพราะภายนอกดูแห้ง เพราะความชื้นอาจยังสะสมอยู่ภายใน

การระบายอากาศเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยให้ความชื้นภายในบ้านค่อย ๆ ลดลง โดยเฉพาะหลังน้ำลด ควรเปิดประตูและหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท พร้อมใช้พัดลมช่วยหมุนเวียนอากาศในบริเวณที่ยังอับชื้น หากมีความชื้นสูงหรืออากาศถ่ายเทได้ไม่ดี อาจใช้เครื่องลดความชื้นช่วยเสริมได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนเปิดใช้งานพัดลมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าระบบไฟฟ้าปลอดภัย โดยเฉพาะบ้านที่เคยถูกน้ำท่วมถึงปลั๊กไฟ สวิตช์ หรือตู้ควบคุมไฟฟ้า ควรให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบก่อนใช้งาน เพื่อป้องกันอันตรายจากไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าช็อต
พี่ช่างใหญ่แนะนำ: การระบายอากาศช่วยให้ความชื้นออกจากบ้านได้ดีขึ้น แต่ควรตรวจสอบผนัง พื้น และวัสดุที่อาจมีความชื้นสะสมอยู่ภายในควบคู่กันไปด้วย
หลังน้ำท่วม แม้จะสูบน้ำและทำความสะอาดบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่ความชื้นอาจยังสะสมอยู่ภายในผนัง พื้น ใต้กระเบื้อง ฝ้าเพดาน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งอาจทำให้เกิดกลิ่นอับ เชื้อรา และความเสียหายต่อวัสดุในระยะยาว การฟื้นฟูบ้านจึงควรเริ่มจากการกำจัดน้ำที่ตกค้าง เปิดทางให้ความชื้นระบายออก ใช้พัดลมหรือเครื่องลดความชื้นช่วยตามความเหมาะสม และตรวจสอบความชื้นของวัสดุก่อนซ่อมแซม หากพบความชื้นสะสมใต้พื้นหรือหลังวัสดุปิดผิว ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตัดสินใจรื้อ ส่วนวัสดุที่เสียหายมากหรือไม่สามารถทำความสะอาดได้อย่างปลอดภัย ควรพิจารณาทิ้งที่สำคัญ ต้องตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยก่อนเปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน และรอให้ผนังหรือพื้นแห้งตามเกณฑ์ที่เหมาะสมก่อนทาสีหรือปิดผิวใหม่
เพื่อไม่ให้พลาดทุกโปรโมชันใหม่ๆ ทั้งสินค้าวัสดุก่อสร้าง หรือสินค้าตกแต่งบ้าน สามารถติดตามและสั่งซื้อสินค้า Global House ได้หลากหลายช่องทางที่
Facebook: Global House โกลบอลเฮ้าส์
Line@: @globalhouse
Instagram: globalhouse_official
YouTube: Global House โกลบอลเฮ้าส์
TikTok: globalhouseofficial
Twitter: @globalhouseth
App Click&Collect
ช่องทางติดต่อ บริการช่างดี
App ช่างดี
Facebook: ChangDeeService
Line Official: @Changdee
Youtube ChangD
เนื้อหาที่คล้ายกัน